
คดีแพ่งขอทนายขอแรงได้ไหม คำตอบสั้นคือ โดยทั่วไปแล้วไม่สามารถขอทนายขอแรงในคดีแพ่งได้ เพราะกลไกทนายขอแรงหรือทนายที่รัฐจัดหาให้ตามกฎหมายเป็นเรื่องของคดีอาญาเป็นหลัก ส่วนคดีแพ่งที่คู่ความไม่มีเงินจ้างทนาย ยังมีทางเลือกอื่น เช่น การขอความช่วยเหลือทางกฎหมายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือการยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลเพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย บทความนี้จะอธิบายว่าทำไมคดีแพ่งจึงไม่เหมือนคดีอาญา และมีช่องทางใดบ้างที่คนไม่มีเงินสามารถใช้ได้
การทำความเข้าใจเรื่องนี้ต้องเริ่มจากธรรมชาติของคดีแพ่ง ซึ่งเป็นเรื่องระหว่างเอกชนกับเอกชน ไม่ใช่เรื่องที่รัฐต้องจัดหาทนายให้โดยอัตโนมัติ การหาทนายจึงเป็นเรื่องที่คู่ความต้องจัดการเอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีทางออกเลย หากศึกษากฎหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดี ๆ จะพบว่ามีหลายช่องทางที่ช่วยลดภาระได้ และมีข้อมูลการหาทนายที่ตรวจสอบได้จากข้อมูลฉบับเต็มที่รวบรวมไว้ให้ศึกษาก่อนตัดสินใจ
คดีแพ่งขอทนายขอแรงได้ไหม
โดยหลักแล้วในคดีแพ่งไม่มีการขอทนายขอแรงแบบคดีอาญา กลไกทนายขอแรงที่รัฐจัดหาให้ตามกฎหมายนั้นกำหนดไว้ในคดีอาญาเป็นหลัก ส่วนคดีแพ่งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 60 เปิดทางให้คู่ความว่าความด้วยตนเอง หรือตั้งทนายความคนเดียวหรือหลายคนให้ว่าความแทนได้ แต่ไม่ได้กำหนดให้รัฐจัดหาทนายให้คู่ความที่ไม่มีเงิน
ความแตกต่างนี้มาจากพื้นฐานของคดีทั้งสองประเภท คดีอาญาเกี่ยวข้องกับเสรีภาพและอาจถึงชีวิตของบุคคล รัฐจึงเข้ามาดูแลเรื่องทนายความให้ ส่วนคดีแพ่งเป็นเรื่องสิทธิระหว่างเอกชนด้วยกัน กฎหมายจึงให้อิสระคู่ความในการจัดการตนเอง นี่คือเหตุผลว่าทำไมคำถามเรื่องคดีแพ่งขอทนายขอแรงได้ไหม จึงตอบได้ว่าโดยทั่วไปไม่มีกลไกนั้น แต่ยังมีมาตรการอื่นรองรับ เช่น การขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 155–156 ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในคดีได้
แล้วคู่ความที่ไม่มีเงินจ้างทนายมีทางเลือกอะไรบ้าง
คู่ความที่ไม่มีเงินจ้างทนายสามารถเลือกว่าความด้วยตนเองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 60 หรือขอคำปรึกษากฎหมายจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สภาทนายความที่มีสายด่วนปรึกษากฎหมาย 1167 และโทรศัพท์ 02-522-7124 ถึง 27 หรือขอความช่วยเหลือทางกฎหมายจากหน่วยงานของรัฐที่ให้บริการในเรื่องนั้น
การว่าความด้วยตนเองไม่ใช่เรื่องต้องห้ามตามกฎหมาย คู่ความมีสิทธิทำได้ตามที่ ป.วิ.พ. มาตรา 60 กำหนด เพียงแต่ต้องศึกษาขั้นตอนและเตรียมเอกสารให้ดี ที่สำคัญคือการยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 155–156 จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายลงได้มาก หากตกเป็นผู้ไม่สามารถเสียค่าธรรมเนียมศาลในภายหลังก็ยื่นคำร้องได้ในเวลาใดก็ได้
ทำไมคดีอาญาจึงมีการจัดทนายให้ แต่คดีแพ่งไม่มี
คดีอาญามีการจัดทนายให้เพราะกฎหมายให้ความสำคัญกับเสรีภาพของบุคคล ป.วิ.อ. มาตรา 134/1 กำหนดว่าคดีอัตราโทษประหารชีวิต หรือคดีที่ผู้ต้องหาอายุไม่เกินสิบแปดปี พนักงานสอบสวนต้องถามว่ามีทนายความหรือไม่ ถ้าไม่มีให้รัฐจัดหาให้ ส่วนคดีที่มีอัตราโทษจำคุก ถ้าไม่มีทนายและผู้ต้องหาต้องการ ก็ให้รัฐจัดหาให้ด้วย
นอกจากนี้ ป.วิ.อ. มาตรา 7/1 ยังให้สิทธิผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมหรือขังได้พบและปรึกษาผู้ที่จะเป็นทนายความเป็นการเฉพาะตัว และให้ทนายความหรือผู้ที่ไว้วางใจเข้าฟังการสอบปากคำในชั้นสอบสวนได้ สิทธิเหล่านี้เป็นกลไกเฉพาะคดีอาญาที่ไม่มีในคดีแพ่ง จึงเป็นเหตุผลชัดเจนว่าทำไมคดีแพ่งขอทนายขอแรงได้ไหมจึงตอบว่าไม่มีกลไกแบบเดียวกัน
คู่ความในคดีแพ่งตั้งทนายความเองได้อย่างไร
การตั้งทนายความในคดีแพ่งต้องทำเป็นหนังสือตาม ป.วิ.พ. มาตรา 61 โดยลงลายมือชื่อตัวความและทนายความ ยื่นต่อศาลเพื่อรวมไว้ในสำนวน และใบแต่งทนายนั้นใช้ได้เฉพาะคดีเรื่องที่ยื่นไว้เท่านั้น
เมื่อตั้งทนายแล้ว ทนายความสามารถดำเนินกระบวนพิจารณาแทนคู่ความได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 62 แต่หากเป็นการจำหน่ายสิทธิของคู่ความ เช่น ยอมรับตามคำเรียกร้องของอีกฝ่าย ถอนฟ้อง ประนีประนอมยอมความ สละสิทธิ หรือใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกา ทนายต้องได้รับอำนาจจากตัวความโดยชัดแจ้ง จึงควรระบุขอบเขตอำนาจในใบแต่งทนายให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น
คนที่ไม่ได้เป็นทนายความว่าความให้คนอื่นได้ไหม
โดยทั่วไปไม่ได้ เพราะ พ.ร.บ.ทนายความ พ.ศ. 2528 มาตรา 33 ห้ามผู้ที่ไม่ได้จดทะเบียนและรับใบอนุญาต หรือผู้ที่ขาดจากการเป็นทนายความหรือต้องห้ามทำการเป็นทนายความ ว่าความในศาล หรือแต่งฟ้อง คำให้การ อุทธรณ์ ฎีกา คำร้อง หรือคำแถลงเกี่ยวกับการพิจารณาคดีในศาลให้บุคคลอื่น เว้นแต่เป็นข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำตามหน้าที่ตามกฎหมาย
หากฝ่าฝืนมาตรา 33 มาตรา 82 กำหนดโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้นการให้คนที่ไม่ใช่ทนายความช่วยว่าความจึงมีความเสี่ยงทั้งต่อผู้ว่าความและต่อตัวคู่ความเอง ทางที่ปลอดภัยคือใช้บริการทนายความที่จดทะเบียนถูกต้อง หรือว่าความด้วยตนเองซึ่งกฎหมายอนุญาต
หน่วยงานใดช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนได้บ้าง
หน่วยงานที่ประชาชนสามารถขอความช่วยเหลือทางกฎหมายได้ เช่น สภาทนายความ ซึ่งมีสายด่วนปรึกษากฎหมาย 1167 และโทรศัพท์ 02-522-7124 ถึง 27 ใช้ติดต่อสอบถามข้อมูลและขอคำปรึกษาเบื้องต้นได้
นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานของรัฐอื่นที่ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายในบางเรื่องตามภารกิจของหน่วยงานนั้น การเลือกว่าหน่วยงานใดเหมาะกับเรื่องของเราขึ้นอยู่กับประเภทของปัญหากฎหมาย เช่น เรื่องแพ่ง อาญา แรงงาน หรือผู้บริโภค การโทรสอบถามก่อนจะช่วยให้รู้ว่าควรเริ่มที่ใด และช่วยให้เตรียมเอกสารได้ตรงกับที่หน่วยงานนั้นต้องการ
การขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลช่วยคนไม่มีเงินได้แค่ไหน
การขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายสำหรับคู่ความที่ไม่สามารถเสียค่าธรรมเนียมศาลได้ ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 155–156 คู่ความอาจยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลต่อศาลชั้นต้นพร้อมคำฟ้อง คำให้การ อุทธรณ์ หรือฎีกา หรือจะยื่นในเวลาใดก็ได้ถ้าตกเป็นผู้ไม่สามารถเสียค่าธรรมเนียมในภายหลัง
มาตรการนี้ไม่ได้ช่วยเรื่องค่าจ้างทนายความ แต่ช่วยให้คู่ความสามารถเข้าสู่กระบวนการศาลได้โดยไม่ถูกปิดกั้นจากค่าธรรมเนียมศาลเพียงอย่างเดียว หากต้องดำเนินคดีด้วยตนเอง การประหยัดในส่วนนี้จึงมีความหมายมาก เพราะค่าธรรมเนียมศาลเป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายตั้งแต่เริ่มคดี
คดีแพ่งต้องดำเนินการในระบบอิเล็กทรอนิกส์หรือไม่
ศาลอาจกำหนดให้ดำเนินการในระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ตามข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2563 ข้อ 4 เมื่อศาลเห็นสมควรหรือคู่ความร้องขอ โดยคำนึงถึงความสะดวกและประหยัดสำหรับคู่ความที่ยังเข้าถึงเทคโนโลยีไม่ได้
นอกจากนี้ ข้อ 13 ยังให้ศาลอาจกำหนดให้นั่งพิจารณาและบันทึกคำเบิกความพยานโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดหรือบางส่วนได้ โดยต้องไม่ทำให้สิทธิในการต่อสู้คดีของคู่ความลดน้อยลง และข้อ 15 ห้ามปฏิเสธการรับฟังข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เป็นพยานหลักฐานเพียงเพราะเป็นข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ คู่ความที่ไม่มีเทคโนโลยีจึงควรแจ้งศาลเพื่อขอความช่วยเหลือด้านความสะดวก
ถ้าคู่ความไม่เข้าใจขั้นตอนทางศาลควรทำอย่างไร
ถ้าไม่เข้าใจขั้นตอนทางศาล ทางเลือกที่ปลอดภัยคือปรึกษาทนายความ หรือติดต่อหน่วยงานที่ให้คำปรึกษากฎหมายเพื่อขอคำแนะนำเบื้องต้นก่อนตัดสินใจดำเนินการใด ๆ ด้วยตนเอง
คดีแพ่งมีขั้นตอนที่ต้องทำภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด การยื่นเอกสารผิดขั้นตอนหรือผิดเวลาอาจกระทบสิทธิได้ การขอคำแนะนำก่อนจึงช่วยลดความเสี่ยง โดยเฉพาะเรื่องการตั้งทนายตาม ป.วิ.พ. มาตรา 61 และขอบเขตอำนาจทนายตามมาตรา 62 ที่ต้องเข้าใจให้ชัดตั้งแต่เริ่มต้น
คำถามที่พบบ่อย คดีแพ่งขอทนายขอแรงได้ไหม
คดีแพ่งขอทนายขอแรงได้ไหม
โดยทั่วไปไม่ได้ เพราะกลไกทนายขอแรงเป็นเรื่องของคดีอาญาตาม ป.วิ.อ. มาตรา 134/1 เป็นหลัก คดีแพ่งคู่ความต้องว่าความเองหรือตั้งทนายเองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 60
ถ้าไม่มีเงินจ้างทนายในคดีแพ่ง ยังมีทางเลือกอื่นไหม
มี เช่น ว่าความด้วยตนเอง ขอคำปรึกษาจากสภาทนายความ และยื่นคำร้องขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาลตาม ป.วิ.พ. มาตรา 155–156 ซึ่งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในคดีได้
ผู้ต้องหาในคดีอาญามีสิทธิได้ทนายจากรัฐเมื่อไหร่
ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 134/1 คดีอัตราโทษประหารชีวิตหรือผู้ต้องหาอายุไม่เกินสิบแปดปี พนักงานสอบสวนต้องจัดทนายให้หากไม่มี ส่วนคดีที่มีอัตราโทษจำคุก หากผู้ต้องหาต้องการก็ขอให้รัฐจัดหาได้
ทนายความต้องได้อำนาจอะไรเป็นพิเศษจากลูกความ
ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 62 การจำหน่ายสิทธิ เช่น ยอมรับตามคำเรียกร้อง ถอนฟ้อง ประนีประนอมยอมความ สละสิทธิ หรือใช้สิทธิอุทธรณ์ฎีกา ทนายต้องได้รับอำนาจจากตัวความโดยชัดแจ้ง
ปรึกษาสภาทนายความได้ช่องทางไหน
ติดต่อสายด่วนปรึกษากฎหมาย 1167 และโทรศัพท์ 02-522-7124 ถึง 27 เพื่อสอบถามข้อมูลและขอคำแนะนำเบื้องต้นได้
ถ้าคู่ความไม่เข้าใจระบบอิเล็กทรอนิกส์ของศาลจะทำอย่างไร
ตามข้อกำหนดของประธานศาลฎีกาว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2563 ข้อ 4 ศาลต้องคำนึงถึงความสะดวกและประหยัดสำหรับคู่ความที่ยังเข้าถึงเทคโนโลยีไม่ได้ คู่ความสามารถแจ้งศาลเพื่อขอความช่วยเหลือด้านความสะดวกได้
หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อทำความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมายเฉพาะกรณี หากมีข้อพิพาทหรือต้องดำเนินคดี ควรปรึกษาทนายความหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนั้นโดยตรง